ให้ทานด้วยจิตเ ลื่ อ มใส ย่อมได้บุญมาก

ให้ทานด้วยจิตเ ลื่ อ มใส ย่อมได้บุญมาก

 

ปัจจุบันอาจมีการเข้าใจผิดว่าทำบุญด้วยเงินเยอะๆได้บุญมาก ถ้าทำบุญด้วยเงินน้อยก็ได้บุญน้อย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนหลักการให้ทานให้ได้บุญมาก ว่าต้องประกอบด้วยองค์ 3 ดังนี้

วัตถุบริสุทธิ์ สิ่งของที่ให้ทานได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ได้ไปค ดโ ก ง ลั กขโ ม ยมา

เจตนาบริสุทธิ์ มีจิตเ ลื่ อ มใสทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้

บุคคลบริสุทธิ์ ผู้รับยิ่งเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรมสูงเพียงใด เราก็ได้บุญมากไปตามส่วน

ในกรณีถ กเ ถี ย งกันนี้ ประเด็นอยู่ที่ข้อ 1 และ 2คำกล่าวที่ครบก็คือ “ ให้ทานด้วยจิตเ ลื่ อ มใสมาก ได้บุญมาก ”

ผู้ที่บอกว่า “ ให้ทานมากได้บุญมากนั้น” พูดไม่ครบ เพราะคนที่จะให้ทานมากได้นั้น ต้องมีจิตเ ลื่ อ มใสมากก่อน

ไม่อย่ างนั้นใครจะไปให้ทานมากๆ จิตที่เ ลื่ อ มใส คือ ต้นเ ห ตุแห่งการให้ทาน ในกรณีเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์มากเท่ากัน

ผู้ที่ให้ทานด้วยเงินหมื่นบาท ย่อมได้บุญมากกว่าเศรษฐีที่ให้ทาน 10 บาท เพราะแสดงว่ามีจิตเ ลื่ อ มใสมากกว่า

ส่วนคนที่ย ากจนแสนเ ข็ ญ เขาอาจให้ทานด้วยเงินเพียงบาทเดียว แต่เมื่อทำด้วยจิตเ ลื่ อ มใสมาก

เขาก็ได้บุญมากมหาศ าล เพราะทรัพย์เพียงบาทเดียวนั้น อาจเป็นเงินทั้งหมดที่เขามีอยู่ในขณะนั้น

ตัวอย่ างในครั้งพุทธกาลมีมหาทุคตะ ที่ย ากจนสุดๆ ขนาดผ้าที่จะห่มออกนอกบ้านมีผืนเดียว ต้องผลัดกันใช้กับภรรย า

คืนหนึ่งเขาตามมหาช นไปฟังธรรมกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงเทศน์ทั้งคืนเพื่อตั้งใจโปรดมหาทุคตะนี้โดยเฉพาะ

จนมหาทุคตะเอาชนะความตระหนี่ได้ ตัดใจเอาผ้าห่มก ายเก่าๆ ผืนนั้นถวายพระพุทธเจ้า ร้องประกาศเสียงดังว่า “ ชิตังเม ๆ ๆ ”

แปลว่า “ เราชนะแล้ว ๆ ๆ ” คือ ชนะความตระหนี่นั่นเอง ผลบุญเกิดทันต าเห็น พระราช าชื่นชมในความเ ลื่ อ มใส

ของมหาทุคตะ พระราชทานสมบัติเป็นอันมากแ ก่มหาทุคตะ

Related posts